พระเนื้อชิน

หลักการดูพระกรุเนื้อโลหะ

หลักการดูพระเนื้อโลหะ หรือเนื้อชิน อย่างง่ายๆ (แต่บางคนคิดว่ายาก!!!!!!)

คือ ต้องถือหลักว่า………….

1. สนิมทุกชนิด ต้องเกิดมาจากโลหะเฉพาะชนิด ที่มีความเร็วของการเกิดต่างกันในโลหะแต่ละชนิด ดังนั้นชนิดของสนิม จึงใช้เป็นตัวชี้วัดอายุของพระได้ดี (แต่ก็มีสนิมบางอย่างเร่งให้เกิดได้ ที่ต้องระวังบ้างเหมือนกัน) โดยเฉพาะสนิมที่ “ตกผลึก” เป็นรูปร่างต่างๆ และสีต่างๆนั้น น่าจะเร่งไม่ได้
2. โลหะที่ใช้สร้างพระ มักเป็นโลหะที่เกิดสนิมช้า หรือผุกร่อนช้า เช่น ทองคำ เงิน ตะกั่ว สังกะสี อลูมิเนียม แต่อาจผสมโลหะที่เกิดสนิมเร็วเข้าไปเพื่อความสวยงามเช่น ทองแดง ที่ไม่นานก็จะเป็นสนิมและละลายหายไป เหลือแต่คราบเขียวๆ บางๆ
3. ชนิดของสนิมจะต้องสอดคล้องกับโลหะที่อยู่ในเนื้อ และโลหะบางชนิดมีสีสนิมได้หลายลักษณะ เนื่องจากการทำปฏิกริยาเชิงซ้อนของสนิม ในสภาพที่มีออกซิเจนต่างกัน (ภาษาเคมี ว่า Oxidation state)  ที่ทำให้ประเมินอายุพระได้ดี และสนิมเชิงซ้อนนี้มักจะทำปลอมยาก เช่น สนิมแดงแซมไข สนิมตีนกา เป็นต้น
4. การดูลักษณะของสนิมเชิงซ้อนเหล่านั้น เป็นหลักการประเมินความเก่าของผิวโลหะที่ปรากฏอยู่ที่ผิวพระกรุได้
5. การทำผิวเลียนแบบ ก็เป็นการหาวัสดุต่างๆ ที่มีลักษณะกายภาพภายนอกคล้ายสนิมโลหะชนิดต่างๆ มาโปะบนผิวพระ ที่มักจะหลวมๆ หรือแข็งทื่อ ไม่กลมกลืน และขัดแย้งกันเอง
6. เมื่ออ่านเนื้อ และพัฒนาการของโลหะแล้ว ก็สามารถฟันธง แท้-เก๊ ได้ตามหลักการดังกล่าว

หลักการก็มีประมาณนี้ครับ รายละเอียด ก็ว่ากันไปแต่ละกรุ แต่ละเนื้อครับ


เนื้อชิน ก็มีหลักการง่ายๆว่า ต้องเป็นโลหะเก่า ที่ไม่บริสุทธิ์
มีสนิมหลากหลายทั้งสามมิติ
เกิดบนผิวที่ 1. กระจัดกระจาย 2. ตามความลึก และ 3. อายุไม่เท่ากัน

และยังคงอิงหลัก 123+3 เช่นเดิม
พระเก๊ก็แค่โลหะใหม่ๆ ทาสี แต่งผิว เท่านั้นเอง

อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ


Leave a Reply