พุทธศิลป์

“พิมพ์” หรือ “พุทธศิลป์”ของพระพุทธรูปและพระเครื่อง น่าจะสื่อความหมายถึงอะไร
**********************************************

ในวงการพระเครื่อง คำที่ใช้กันมาก และใช้อย่างสับสนปนเป คือคำว่า “พิมพ์”

ที่สื่อความหมายว่าเป็น “รูปลักษณ์” ที่เป็น “อัตลักษณ์” มีลักษณะและเค้าโครงที่คนที่เคยเห็นบ่อยๆจะจำได้
เช่นเดียวกับการจำหน้าเพื่อนได้
ใครที่เห็นครั้งแรก หรือครั้งเดียวอาจจะยังสับสน พอเห็นบ่อยๆ จนชิน ก็มักจะจำได้ แม้จะไม่เจอกันมาหลายสิบปี หน้าตาเปลี่ยนไปก็ยังจำ “เค้าหน้า” ได้

จากลักษณะการจำแบบนี้ เรียกว่า “จำพิมพ์ได้”
ที่มิได้หมายความว่าจำรายละเอียด แต่เป็นการจำเค้าโครงหลักๆ ที่แม้จะจำได้ แต่ก็บอกใครต่อได้ยาก นอกจากจะวาดรูปออกมา แบบที่ตำรวจใช้ในการสเก็ตหน้าคนร้าย
แต่อย่างไรก็ยังไม่ค่อยเหมือนอยู่ดี เพราะแค่เค้าโครง

แต่เค้าโครง ก็ช่วยในการจำได้ง่าย และกินความได้มาก ที่จะรวมไปถีงสิ่งที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น ถ้าจำเพื่อนได้ดีแล้ว เราก็จะมองน้อง พี่ พ่อ แม่ ของเพื่อนได้ ว่าน่าจะเป็นญาติกัน เพราะ “เค้าหน้า” หรือ เค้าโครง นี่เอง

ดังนั้น คนที่ไม่ใช่ญาติของเพื่อน เราก็จะมองออกว่า ไม่มี “เค้าโครง” หรือ ในการเทียบเคียงกับในวงการพระเครื่องบอกว่า “ผิดพิมพ์” นั่นเอง

ดังนั้น คำว่า “ผิดพิมพ์” จึงอธิบายได้ยาก เพราะเป็นความรู้ฝังลึก แบบเดียวกับการจำหน้าเพื่อนได้นั่นเอง ที่ไม่มีทางจะอธิบายด้วยคำพูด หรือตัวหนังสือใดๆได้
แม้จะใช้รูป ก็เป็นเพียงบางอริยาบท ไม่ชัดเจนเท่ากับคนที่จำได้ด้วยตนเอง


 

แต่ ในการเรียนการสอน ในเรื่องเค้าโครง จำเป็นต้องมีคำอธิบายที่สามารถนำไปใช้ได้ จึงมีการแปลงสาร ที่สื่อความหมายได้ ออกมาเป็นลำดับชั้นของข้อมูล
ตั้งแต่กว้างๆ ไปจนถึงจุดที่เป็นรายละเอียด

ซึ่งพอจะจำแนกออกได้ทั้งหมด อย่างน้อยประมาณ 7 ระดับด้วยกัน คือ

1. พุทธศิลป์ ที่เป็นอริยาบทหลักๆ ของพระพุทธเจ้า เช่น ปางสมาธิ ปางมารวิชัย ปางลีลา ฯลฯ ตามที่มีการกำหนด และบันทึกเป็นหลักไว้ ถ้าผิดไปจากนี้ หรือต่างออกไปก็ไม่ใช่ “พุทธศิลป์” ที่ถูกต้อง หรือไม่เป็นที่ยอมรับกัน
2. ศิลปะ ก็เป็นเค้าโครงงานศิลปะตามยุค ตามสมัย ที่มีลักษณะเฉพาะตัว เช่น ศิลปะคุปตะ ศิลปะปาละ ศิลปะทวาราวดี ศิลปะลพบุรี ศิลปะสุโขทัย เป็นต้น ที่มีการใช้ศัพท์นี้ทับซ้อนกับกลุ่ม”ตระกูลช่าง” ที่เป็นระดับกลุ่มฝีมือ จากโครงสร้างศิลปะเดียวกัน
3. ตระกูลช่าง เป็นลักษณะรวมๆ ของลักษณะงานศิลปะ ที่มีเอกลักษณ์ประจำกลุ่มของช่างที่ศึกษามาจากต้นแบบเดียวกัน ที่มักจะมีลักษณะคล้ายๆกัน แบบเดียวกับ “แม่ไม้มวยไทย” “เพลงดาบพุทไธสวรรค์” อะไรประมาณนั้น
4. ฝีมือช่าง ที่เป็นความสามารถเฉพาะบุคคล มีความละเอียดละออ และทักษะที่แตกต่างกัน ทั้งความงดงามและความชัดเจนในการสื่อความหมายทางศิลปะ ที่ไม่เท่ากัน
5. กลุ่มพิมพ์หรือขนาดพิมพ์ เป็นประเภทของชิ้นงานศิลปะ ที่แบ่งทั้งโดยผูสร้าง และผู้ใช้ แล้วแต่กรณี เช่น มีการแบ่งเป็น พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก เป็นต้น
6. บล็อก คือ แม่พิมพ์ที่ใช้ในการสร้าง ที่มักจะมีการใช้หลายบล็อก ตามความจำเป็น ทั้งเพื่อการทำงานให้เร็วขึ้น หรือการชำรุดเสียหายของบล็อกก่อนๆ ที่แต่ละบล็อกก็จะมีลักษณะรายละเอียดแตกต่างกันอย่างแน่นอน แม้จะทำโดยช่างคนเดียวกันก็ตาม
7.ตำหนิ เป็นลักษณะที่เกิดจากการใช้บล็อกต่างๆ มวลสารต่างๆ ที่จะมีตำหนิแตกต่างกันในแต่ละองค์ แต่ก็อาจจะมีตำหนิที่คล้ายคลึงกันได้

ทั้ง 7 คำนี้ มีการใช้จริงๆ สับสนปนเปกันมาก เช่น ใช้คำว่า “พิมพ์” ในแทบทุกเรื่อง และใช้คำว่า “ตำหนิ” ในความหมายของฝีมือช่าง ก็มี ซึ่งทำให้เกิดความสับสนกับคนที่เข้ามาในวงการใหม่ๆได้โดยง่าย

ดังนั้นถ้าเรานำคำเหล่านี้มาแบ่งระดับให้ชัดเจน ก็จะง่ายในการสื่อสารกันครับ

ขอคิดดังๆ ครับ

อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ

ส.มอดินแดง

Leave a Reply